S.I.C. LIVE REPORT J-ROCK SUMMER COVER SUMMIT 2009

posted on 05 Apr 2009 21:33 by sicband

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับงาน J-rock summer cover summit 2009 กับ ไลฟ์ครั้งแรกในปีนี้ครับ อย่างแรกคือ ขอบคุณทุกๆคนที่มาดู และ ช่วยเชียร์ ช่วยร้อง ช่วยปรบมือ (รู้อยู่ว่าใครนะ 55+) ขอบคุณครับ

สำหรับเอนทรี่นี้ คงจะยาวนิดนึง เพราะมีหลายอย่าง ที่อยากจะบอกครับ 

---------------------------------------------------------------------------- 

ในฐานะ S.I.C.

 

เป็นการเริ่มต้นที่ใช้ไ้ด้สำหรับปีนี้ของ S.I.C. ครับ หลังจากปีที่แล้ว ที่มีไลฟ์น้อย แล้วก็ซ้อมกันน้อยด้วย มาปีนี้ ก็เริ่มตื่นตัวกับงานนี้มากขึ้น แม้จะยังมีเวลาซ้อมน้อย แล้วก็เวลาซ้อมไม่เหมือนชาวบ้านเค้า เพราะ ต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ ทำให้เวลาซ้อมน้อยลง แต่พอได้กลับมาซ้อมเต็มๆ ก็รู้สึกดีนะครับ ถึงแม้ เพลงจะซ้อมจะเป็นเพลงเดิมๆ แต่ก็สนุกทุกครั้งทีไ่ด้เล่น แล้วก็ยังคิดอะไรพิเรนทร์ๆ มาได้ทุกไลฟ์ สำหรับงานนี้ ก็เริ่มใช้ backing track เป็นครั้งแรก จะได้เล่นได้ใกล้เคียงลาร์คมากขึ้น แต่ก็ทำให้หวาดเสียวดีจริงๆ จนกระทั่งถึงเวลาเล่นไลฟ์ เพราะ ปัญหาจุกจิกเยอะมาก

ไล่ตั้งแต่ การซ้อมแรกๆ ที่เล่นไม่ตรงกับ backing track บ้าง ก็ต้องกลับมาแก้ให้จับจังหวะได้ง่ายขึ้น ทีนี้ ก็ต้องซ้อมให้จำจังหวะได้เป๊ะๆ แล้วก็ต้องมาซาวนด์เช๊คบนเวทีให้ได้ตามต้องการอีก ซึ่งเป็นปัญหามาตลอด แต่ก็ทำให้ได้อะไรกลับมาเช่นกันครับ ทั้งเรื่องที่เมื่อก่อน ไม่ว่าจะเพลงไหน ก็จะเร่งสปีดตลอด ก็โดน backing track นี่แหละ ดึงจังหวะไว้ไม่ให้เร่งมาก การซ้อมก็ต้องละเอียดมากขึ้น เพื่อไม่ให้พลาดได้ ซึ่ง ทำให้ภาพรวมของวงพัฒนาขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีครับ 

มาถึงไลฟ์กันบ้าง ซึ่งงานนี้ต้องยอมรับว่า การร้างเวทีไปนานมีผลพอสมควร เพราะการเอนเตอร์เทน รวมถึง MC ดูติดๆขัดๆ แต่จิงๆก็ไม่ได้เน้นเรื่องนี้อ่ะนะ สำหรับเพลงที่เล่น จะว่าไปตาม Set List ละกัน เริ่มที่

Drink it down

เป็นเพลงที่เล่นง่าย แต่จะเล่นน่ะ ไม่ง่ายเลย สำหรับ backing track พยายามจะให้เหมือนแล้วนะ แต่สุดท้าย ก่อนจะเล่น ตอนซาวนด์เช๊คก็เกิดปัญหามอนิเตอร์ที่กลองไม่ดัง ก็เริ่มหวั่นๆว่า ถ้าฝืนเปิดเปิดซาวนด์ไป จะเล่นแล้วไม่ตรงกัน เลยตกลงกันว่า จะเปิดแค่อินโทร สุดท้ายก็เล่นได้จบเพลงแบบไม่มีปัญหา

Pretty Girl

ต่อไปพยายามจะไม่เล่นเพลงนี้แล้ว - -" เป็นเพลงที่ใช้หากินมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ เพลงมันสนุกจิงๆ พับผ่า (แต่คนดูเบื่อนะ) ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ตอนเล่นก็มีหลุดบ้างบางโน๊ต 555+

Lies & Truth

เพลงนี้ตั้งใจจะใช้ backing track มาตั้งแต่แรก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ เพราะ คุมยากมาก มันจะเหลื่อมกันได้ง่ายๆ เสียดายนะเนี่ย ไว้มีโอกาสจะลองใช้ดูซักครั้ง พอเล่นจิงๆ ก็ไม่ค่อยได้ยินบนเวทีหรอก เพราะ มอนิเตอร์ไม่ได้ต่อไว้ ก็ฟังเสียงบนเวทีเอา อนุมานเอาเองว่าดี เพราะ ฟังแล้วใช้ได้ แต่เสียงข้างล่าง จากที่ฟังมา มันก็ดูนัวๆ แาจเพราะมิกซ์ กับ เสียงบนเวทีตีกันนิดหน่อย ไว้คราวหน้าจะแก้ไขเพลงนี้ครับ

Nexus4

เพลงนี้ ว่าไปจิงๆ บนเวทีรู้สึกว่ายังใช้ไม่ได้เลย ไม่เหมือนตอนซ้อม รู้สึกเสียงมันนัวๆ แล้วก็ไม่เคลียร์อย่างรุนแรง (คนข้างล่างว่าไง?) แต่ก็โอเคครับ

Umibe

เพลงนี้ขอเสนอครับ ตอนซาวนด์เช๊คเสียงซาวนด์ไม่ออก พอเล่นจิงนี่แทบจะกลบอย่างอื่นมิด - -" ก็ทำเอาเล่นง่ายเลยครับเพลงนี้ เสียงออกมาโอเค ได้ตามที่คิดไว้ครับ

Ibara no namida

รอบที่สองล้านแปดแสนห้าหมื่นเจ็ดพันสามสิบห้าแล้วสำหรับเพลงนี้ เล่นมันไปเถอะ เล่นมันทุกงาน เล่นเข้าไปเด๊ บอกว่าไม่เอาๆ แต่สุดท้ายก็เล่นทุกที ก็เหมือนเดิมนะครับเพลงนี้ เล่นกันจะเบื่อ ฟังกันจนชิน

Driver's High (Theater of kiss Ver.)

ใช้เป็น เพลงเปิด & ปิด โชว์ ก็อยากจะเล่นเพลงนี้ในไลฟ์มานานแล้ว ก็ผ่านไปได้สบายๆ แม้จะดูไม่ค่อยแน่น เพราะขาดเสียงไลน์อื่นๆไปเยอะ แต่ก็สนุกดีครับ

 

สรุปแล้ว ไลฟ์ครั้งนี้ก็รู้สึกโอเคดีครับ แม้จะมีบางอย่างที่ไม่ได้ดังใจ แต่ก็ทำได้ตามมาตรฐาน(คิดว่านะ) ได้ทดลองอะไรใหม่ๆ ได้เล่นในสถานที่ใหม่ๆ(บ้างอะไรบ้าง) คิดว่าไลฟ์นี้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ

 

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับแฟนคลับจำนวน"มาก"ที่มากัน 555+ มาทุกงานเลย ขอบคุณจิงๆ งานหน้าก็มาอีกนะ ไม่นานเกินรอ ปีนี้พยายามจะทำอะไรใหม่ๆ เพราะ ลาร์ค ก็พักวง เพลงใหม่ๆก็ไม่มี อาจจะลองไปเล่นเพลงวงอื่นดูบ้างนะ แต่ลาร์คไม่ทิ้งแน่นอน

ขอบคุณสำหรับคนอื่นๆ ที่ดูเอสไอซีครับ เหมือนเดิมครับ ไม่ใช่วงที่ดีอะไร หากผิดพลาดประการใด รึ ไม่ถูกใจส่วนไหนก็ขออภัยครับ 

แล้วเจอกันงานหน้าครับ คาดว่านะไม่เกิน 1 เดือน รอติดตามละกัน ไม่กล้าคอนเฟิร์ม

ขอบคุณครับ 

 

----------------------------------------------------------------------------------

ถัดจากตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวแล้วนะครับ ไม่ใช่ในฐานะ S.I.C.

---------------------------------------------------------------------------------- 

 

ในฐานะ สต๊าฟงาน J-rock summer cover summit 2009 

 

ก่อนอื่นก็ออกตัวเลยนะครับ ว่าผม มือเบส เอสไอซี เป็น 1 ในสต๊าฟของงานนี้ ซึ่งก็แต่เดิมไม่ได้ตั้งใจริเริ่มงานนี้ แต่ก็ได้ช่วยงานจนกลายมาเป็นสต๊าฟไปซะฉิบ

ตั้งแต่แรกแล้ว ที่ผมคัดค้านการจัดงานนี้ เพราะยังมองไม่เห็นทางที่จะทำได้อย่างที่ต้องการ แต่สุดท้ายก็ได้ทำจนได้ ซึ่งพอทำแล้วก็ตั้งใจทำครับ

ผมเองก้อคัพเวอร์เจร๊อคมานานพอสมควร แต่ไม่ได้รุ่นใหญ่ขนาดหลายปีก่อนนู้น ตอนยังบูมๆ เพราะงั้นผมไม่รู้ และ ไม่เคยเห็นว่างานสมัยก่อนเป็นแบบไหน แต่ก็ผ่านงานดนตรีอื่นๆมาบ้าง การทำงานออแกไนเซอร์เป็นยังไงก็พอจะทราบ เพราะ ฉะนั้นไม่มีเรื่องเปรียบเทียบนะครับ

แต่เท่าที่ผ่านมา ก็เคยไปเล่นทั้งงานที่ดี และไม่ดี ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คิดมาก เพราะก็มีมาตรฐานในใจว่างานที่ดีควรเป็นอย่างไร และ จะต้องทำอย่างไร แต่ก็เป็นแค่แนวคิด เพราะ ไม่เคยลงมือปฏิบัติจริง จะงานนี้ก็งานแรกแหละครับ

จะบอกว่าหน้าใหม่ก็ได้ เพราะงานนี้เป็นการวมตัวของวงดนตรี 3-4 วง ที่อยากจะจัดงานดนตรีซักงาน ซึ่งเผอิญ มันคืองานเจร๊อค แนวดนตรีที่พวกผมชอบ และ ก็เล่นกันอยู่ ซึ่งก็ได้ตกลงเลือกสถานที่คือ Live House ของพี่ต้าร์ พาราดอกซ์ ซึ่งแน่นอน ว่าผมยังไม่เคยเล่นที่ไลฟ์เฮาส์ครับ ถึงได้อยากจัดงานนี้ขึ้นมา ถ้าเ็ป็นงานอื่นที่ต้องไปขอสถานที่จากผับคงไม่เอาด้วย

พูดถึงเรื่องสถานที่ก็ต้องมีเรื่องเงิน แล้วจะหาเงินจากไหน กระเป๋าแห้งๆ ของคนไม่กี่คนจะทำอะไรได้ แล้วใครอยากจะเสียตังมาทำอะไรลำบากๆ เป็นหมื่นๆ แนวคิดเรื่องขายบัตรก่อนก็ผมเองนี่แหละครับ เปนคนคิด 

ก็มารู้ทีหลังว่า ไม่มีใครเค้าทำกัน ก็ไม่ทราบครับ ผมไม่อยากเสียเงินจัดงานก่อน แล้วไม่มีคนมาดู แล้วเล่นกันเองหรอกนะ การขายบัตรก่อนก็เป็นการการันตีคนดูในระดับนึงแล้ว

แล้วในฐานะนักดนตรี ผมก็เหนใจสต๊าฟทุกครั้ง ยังคิดอยู่ว่า เค้าหาเงินจากไหนกันมาจัด กำรี้ กำไร จะหาได้ยังไง เพราะค่าบัตรคงไม่ได้อะไรมากมายเท่าไหร่ ไหนจะค่าจัดงานด้านอื่นๆอีก ค่ากินค่าใช้ของตัวเองอีก ให้ตายเถอะ

พอถึงงานนี้ สารภาพครับ ว่าผมคิดในฐานะนักดนตรี ว่าอยากเห็นงานที่ดีแบบไหน 

ในส่วนขั้นตอนอื่นๆ ก่อนถึงวันงาน ขอไม่บอกนะครับ ถ้าสงสัยอะไรผมก็จะตอบให้ละกัน

มาถึงวันงาน ถึงจะได้นอนไม่ถึง 10 ชม. ใน 3 วัน ก็ต้องสู้ครับ ทั้งซ้อม ทั้งเตรียมงาน

เรื่องงานเลท ก็ต้องขออภัยจริงๆครับ เลทกว่า 2 ชม. ถ้าเป็นงานที่ผมมาเล่นอย่างเดียวก็คงเซ็ง แล้วก็ด่าคนจัดแน่นอน คุมเวลาภาษาพ่ออะไร งานนี้ก็ได้แต่ด่าตัวเอง แล้วก็รับคำด่าครับ แต่เหตุผลมันมีอยู่ว่างี้ครับ

อย่างแรก สต๊าฟที่ทำงานนี้มีทั้งหมด 4 คน รวมผมด้วยครับ ซึ่งเป็นนักดนตรีทั้งหมด ที่ต้องมางานในวันนั้น ซึ่งก่อนวันงาน เรามีเวลาเข้าร้านไปแค่เอาของที่ต้องใช้ไปเก็บครับ ทางร้านนอกจากพี่ต้าแล้ว ไม่เหลือคนอื่นแล้วครับ แล้วแกก็ไม่มีเวลาว่างพอมาเปิดร้านให้เราทำอะไรได้มากนักครับ ดังนั้น วันงานเราต้องมาเริ่มงานตั้งแต่ทำความสะอาด แล้วก็จัดสภาพงานอย่างที่เหน ซึ่งเอาจิงๆ ผมก็มาเลทครับ ขนาดสต๊าฟยังเลทแล้วงานจะเหลือไม๊ครับ กว่าพี่ต้าจะเปิดร้าน จัดร้าน จนเริ่มซาวนด์เช๊คได้ ประมาณเที่ยงได้แล้วครับ นักดนตรีทยอยกันมาเยอะแล้ว แต่งานเปิด ประตูเที่ยง ผมยังไม่เห็นคนดูมารอเลยครับ งานนี้ผมขอโทษคนที่มารอนานนะครับ ขอโทษจากใจจริงๆ 

หลังจากทุกอย่างเริ่มโอเค ปัญหาอีกอย่างคือ ที่ตึกหม้อไฟฟ้าระเบิด !! เค้าจะขอตัดไฟเพื่อซ่อม และ จะเลทไปอีก 2 ชม. !!! 

ผมต้องไปเคลียร์กับทางตึก ตอนนั้นหน้าเริ่มซีดละคับ ตายห่าสถานเดียว 

สุดท้ายก็เช๊คได้ว่า สายเมนคนละตัว ก็โล่งใจแล้วก็กลับมาเริ่มงานได้ซักที ก็ประมาณ บ่ายสองเหนจะได้  

แค่นี้ก็เลทชิบหายแล้ว ถามว่าทำไมไม่ลดเวลาวงให้เล่นน้อยลง ถ้าผมเป็นนักดนตรีที่เชิญมา ออดิชั่นเข้ามา มาเจองานจัดกากๆ แบบนี้ ผมมีเคืองนะครับ ผมเสียตังซ้อมมาเป็นพัน เป็นหมื่น ตั้งใจแกะเพลงอย่างดี เสื้อผ้าหน้าผมเตรียมมา จะให้ผมเล่น 3 เพลงเหรอ ?

แล้วหวยก็ออกที่คนดู บอกตรงๆครับ ผมขอโทษที่งานเลท ได้แต่ขอโทษถ้าคุณจะอยู่ไม่ได้จนถึงเวลาที่วงที่คุณชอบได้เล่น หรือ คุณอยู่ได้ไม่จบงาน คุณเสียตังมา 150 บาท แล้วได้ดูไม่ครบ 12 วง ขอโทษมากๆครับ

แต่สิทธิ์ก็อยู่กับคุณ ว่าจะเลือกอยู่ดูหรือไม่ เพราะผมไม่ทราบหรอกว่าคุณอยู่ได้แค่ไหน แล้วตั้งใจมาดูแค่ไหน แต่ที่ผิดแน่นอนคืองานมันเลท ผมต้องขอโทษอีกครั้งครับ

แต่ถ้าใครเป็นคนดู รึ ซื้อบัตรไปแล้ว ช่วยตอบผมหน่อยเถอะครับ ว่า ยอดบัตรประมาณ 100 ใบ แล้วคนดูไปไหนครับ ?? ผมล่ะอยากรู้จริงๆ ที่เห็นในงานตั้งแต่มานั่งรอ จนเข้างานเนี่ย ยังไงๆ ผมก็เหนไม่เกิน 60-70 คนแน่ๆ ไม่นับนักดนตรีด้วยกัน ได้เงินมาไม่ใช่ไม่ดีนะครับ แต่ที่ผมอยากจะเห็นคือ คนที่มาต่างหาก ได้ 100 ใบ ผมไม่ดีใจว่าได้เงินเยอะ แต่ผมดีใจที่จะมีคนมาดูเยอะๆตะหาก

มาถึงทางเทคนิค หน้าที่โดยตรงเลยครับ บัตรผมก็ออกแบบเอง โลโก้อะไรทำเองหมด มาถึงงานเรื่องคุมซาวนด์ผมก็ทำเองเกือบหมด จะมีไปพักบ้าง เตรียมตัวขึ้นเล่นบ้าง เหนื่อยบ้าง ง่วงบ้าง ก็ให้คนอื่นมาสลับกันทำหน้าที่ไปครับ สต๊าฟทางร้านก็มีแค่พี่ต้า กับ น้องเค้าอีกคนที่คอยดูเรื่องเทคนิคอื่นๆ แสงสี อะไรอย่างอื่นเป็นหน้าที่พวกผมครับ  เพราะงั้น ไอแสงไฟวูบๆวาบๆ ก็ฝีมือพวกผมเองครับ ไปนั่งกดกันอยู่ตรงนั้นน่ะ จะให้มันออโต้ก็เกรงว่า จะไม่ได้อารมณ์เพลง แต่มันก็บังคับสีกันอยู่แค่นั้นน่ะครับ ข้อจำกัดข้อทางร้านมีได้เท่านี้จริงๆ ใจจริงก็อยากจะให้อลังกว่านี้ แต่ในเมื่อทำกันแบบไม่มีงบก็ทำไปแบบพอเพียงครับ

พูดถึงเรื่องงบ ทำไมพวกเอ็งไม่ไปหาสปอนเซอร์ หาครับ ไม่ใช่ไม่หา แต่เค้าไม่ให้ครับ ระยะเวลาทำงานนี้ด้วยสต๊าฟ 4 คน ที่จนๆ แกลบๆ เรียนบ้าง ทำงานบ้าง บ้านไกลๆ เด็กต่างจังหวัด ใช้เวลา 3 เดือน กว่าจะเริ่มหาสปอนเซอร์ก็เหลือเวลาน้อยจนเค้าไม่ได้พิจารณาให้ทันล่ะครับ (แต่สุดท้ายก็ไม่เข้าเนื้อ)

พอไม่มีเงินแล้วจะหาของรางวัลที่ไหนมาให้ครับ สปอนเซอร์ก็ไม่มี ของรางวัลที่เตรียมไว้ ผมเ